สายใยแห่งความผูกพันระหว่าง ฮยอกแจและจุนซู

 

       เป็นเรื่องราวที่ก็คงจะรู้กันดีระหว่างเอลฟ์และแคสสิโอเปีย ว่าดงบังชินกิและซุปเปอร์จูเนียร์นั้นมีความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิกมาเป็นเวลายาวนาน หลายๆคนจากทั้งสองวงนี้ เป็นเพื่อนสนิท และเคยเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันมาก่อน ทั้งที่แบบเพื่อนร่วมก๊วน เพื่อนร่วมห้อง และ เพื่อนร่วมโรงเรียน

       แต่ในหน้านี้ เราจะขอกล่าวถึงเพื่อนรักสองคน จาก สองวงนี้ ที่ทั้งสองคนนั้น ... กล้าพูดว่า "ตายแทนอีกคนได้" และสองคนนั้นก็คือ เพื่อนรักต่างสปีชีส์ ..ไก่ฮยอกกับโลมาเซีย นั่นเองค่ะ

       ทั้งสอง รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยประถม อันที่จริง ทั้งคู่ก็เคยเห็นหน้าค่าตากันมาบ้างตั้งแต่ช่วงเด็กมากๆ แต่เพิ่งมาบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับอีกฝ่าย ก็ตอนที่เริ่มโตกันแล้ว โดยการพบกันครั้งแรกในความทรงจำของฮยอกแจก็คือ ภาพที่จุนซูกำลังตกชิงช้า (ท่าทางจะตกมาได้สวยงามมากเลย -*-) เด็กชายทั้งสองคนเริ่มพูดคุยกันถูกคอ เนื่องจากชอบอะไรคล้ายๆกัน ไม่ว่าจะเป็นดนตรี การเต้น หรือแม้แต่ฟุตบอล การที่พวกเขาใช้เวลาเกือบ 24 ชั่วโมงในการอยู่ด้วยกันนั้น ทำให้ทั้งสองมีนิสัยคล้ายกันราวกับถอดแบบกันมาเลยทีเดียว

       ในช่วงก่อนเดบิวต์ ไม่ว่าจุนซูจะไปที่ไหน ก็มักจะมีฮยอกแจตามไปเป็นเงาเสมอๆ และทุกครั้งที่เดินด้วยกัน จุนซูจะเดินด้านซ้ายมือเสมอๆ ส่วนฮยอกแจก็จะอยู่ด้านขวาไปตามระเบียบ เมื่อใดที่ทั้งสองเผลอยืนสลับที่กัน พวกเขาจะรับรู้โดยอัตโนมัติ แล้วพร้อมใจกันหยุดเดิน เพราะทั้งคู่จะรู้สึกแปลกๆ พวกเขาจะมองหน้ากันแล้วพูดว่า "มันแปลกๆนะ" แล้วจึงสลับที่ ไปอยู่ตามตำแหน่งประจำของตัวเองทันที

       ทั้งคู่ รักกันมาก และเมื่อใดที่มีใครพูดจาว่าร้าย หรือพูดจาที่ทำให้อีกคนต้องเสียหาย ก็จะคอยปกป้องและออกรับแทนเสมอๆ แต่ที่น่าประทับใจก็คือ หากว่าเป็นตัวเองที่ว่า หรือนินทาอีกฝ่ายแล้ว แน่นอนว่า สามารถทำได้โดยไม่มีขีดจำกัด เพราะงานอดิเรกของพวกเขานั้นคือ หากไม่พูดจาถึงอีกฝ่ายในทางที่ดีแล้ว ก็จะนินทาแบบไม่มีชิ้นดีไปเลย

       จุนซูและฮยอกแจ ค่อนข้างจะทะเลาะกันบ่อยๆ ในเรื่องที่ไม่เป็นสาระนัก เช่น เมื่ออีกฝ่ายเถียงไม่ทัน หรือเถียงแล้วแพ้ ก็มักจะใช้กำลังเข้าสู้แทน หรือบางที ก็หยิบของของอีกคนไปใช้โดยไม่บอกไม่กล่าว หรือยืมไปแล้วไม่ค่อยคืน และเมื่อมีอะไรเกิดขึ้น พวกเขาก็มักจะโยนความผิดให้อีกฝ่าย โดยที่บางที เจ้าตัวยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ... แต่พวกเขาก็ไม่เคยที่จะโกรธกันเลยสักครั้ง และก็ยังให้ความสำคัญกับอีกคนเป็นอันดับต้นๆเสมอมา

       ในช่วงแรก จุนซูและฮยอกแจนั้นเติบโตมาด้วยกัน เรียนมาด้วยกัน และออดิชั่นพร้อมกัน แต่ทว่าในปีแรกจุนซูนั้นออดิชั่นผ่านเพียงแค่คนเดียว ทำให้เขาเป็นทุกข์ใจอย่างมาก แต่ฮยอกแจก็ไม่เคยที่จะคิดโกรธ หรือน้อยใจ เขายังยิ้มให้กับเพื่อนรักเสมอๆ และพยายามฝึกฝนตัวเองอย่างมาก จนกระทั่งได้ก้าวตามเพื่อนรักเข้ามาเป็นศิลปินฝึกหัดในค่ายเดียวกัน หลังจากนั้นทั้งคู่ถูกวางตัวในโปรเจค R&B ร่วมกับ ซองมิน อีกคน แต่โปรเจคนี้ก็ต้องเลื่อนออกไป เมื่อเสียงของจุนซูแตกมาก จนไม่สามารถที่จะร้องเพลงในช่วงเวลานั้นได้ เหตุการณ์นี้ทำให้จุนซูกลับมารู้สึกแย่อีกครั้ง เพราะมันทำให้เขารู้สึกผิดต่อฮยอกแจเป็นครั้งที่สอง ที่ทำให้การเดบิวต์ต้องล่าช้า ราวกับว่าเขาเป็นตัวถ่วงและสร้างความทุกข์ใจให้กับเพื่อน แต่ในทางกลับกัน ฮยอกแจกลับไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้นแม้สักนิด เขากลับเป็นห่วงเรื่องเสียงของจุนซู และหวังว่ามันจะกลับมาเป็นปกติโดยเร็ว เพราะรู้ว่าจุนซูรักการร้องเพลงมาก หากเสียงเขายังเป็นแบบนี้อยู่ จุนซูคงจะทรมานใจมาก

       เมื่อการวางตัวสมาชิกวง ดงบังชินกิ ได้เริ่มขึ้น จุนซูก็ต้องรู้สึกแย่อีกครั้ง เมื่อเขาถูกจับแยกออกจากฮยอกแจ ทั้งๆที่ตอนอยู่วง R&B ด้วยกันนั้น ก็ต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก กว่าที่ผู้ใหญ่ในบริษัทจะเห็นใจยอมให้พวกเขาอยู่ด้วยกัน แต่สุดท้าย ก็ต้องเป็นไปตามคำสั่งของเบื้องบน จุนซูถูกแยกไปฟอร์มวงดงบังชินกิ และเดบิวต์ในเวลาต่อมา แต่ในฐานะเพื่อนรัก จุนซูยังคอยผลักดันฮยอกแจด้วยวิธีต่างๆ เท่าที่เขาจะทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการเอ่ยถึงชื่อของฮยอกแจ ดึงฮยอกแจมาถ่ายรูปร่วมกัน หรืออะไรก็ตาม ที่มันจะสามารถทำให้เพื่อนรักของเขาเป็นที่รู้จักได้ ...ซึ่งแน่นอนว่า ในช่วงแรกๆ มีแฟนคลับจำนวนไม่น้อย ที่งงว่า "ฮยอกแจคือใคร"

       เมื่อพวกเขาทั้งสองอยู่ร่วมกัน งานหลักก็คือ การแกล้งคนอื่นๆให้ร้องไห้ หนึ่งในเหยื่อประจำของพวกเขาก็คือ ดงแฮ นั่นเอง แต่ถ้าหากไม่มีใครให้แกล้ง ก็มักจะแกล้งกันเอง เพราะแต่ละวัน พวกเขาก็มักจะกัดกันเองเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว และนอกจากจะแกล้งเพื่อน อีกคนที่มักจะได้รับความลำบากจากไก่น้อยและโลมาก็คือ อิทึก ที่มักจะเป็นคนที่ต้องเลี้ยงข้าวน้องชายทั้งสองเป็นประจำ เนื่องจากเขาเป็นพี่ แต่ข้อดีของจุนซูและฮยอกแจก็คือ แม้ว่าเขาจะชอบอะไรเหมือนๆกัน แต่ก็ไม่เคยที่จะแย่งของของอีกฝ่าย โดยเฉพาะ ของกิน

       ในช่วงที่ดงบังชินกิโด่งดัง ฮยอกแจจะคอยให้กำลังใจจุนซู และยินดีกับเขาเสมอ ส่วนจุนซูเอง ก็คอยให้กำลังใจฮยอกแจในการฝึกซ้อมเช่นกัน ในวันแรกที่ซุเปอร์จูเนียร์เดบิวต์ จุนซูนั้นอยู่ที่ญี่ปุ่น จึงไม่สามารถเดินทางมาให้กำลังใจฮยอกแจได้ เขาได้เพียงแค่โทรมาและร้องไห้ไปด้วยกัน แม้ว่าฮยอกแจจะดีใจมาก แต่ดูเหมือนว่าจุนซูจะดีใจมากกว่าเขาหลายเท่านัก เพราะมันเป็นวันที่จุนซูรอคอยมานานแสนนาน เมื่อวางสายจากฮยอกแจ จุนซูก็เปิดภาพ live ของซุปเปอร์จูเนียร์และร้องไห้พร้อมๆกับเพื่อนในวงอีกครั้ง

       ปกติแล้ว ฮยอกแจจะแทบไม่เคยเรียกชื่อของจุนซูเลย เขามักจะเรียก "นาย .. นี่นาย" เสียมากกว่า และจะเรียกชื่อในเวลาที่เป็นการเป็นงานเท่านั้น ในครั้งนึง ที่เขาฝากข้อความถึงจุนซู ฮยอกแจจึงค่อนข้างรู้สึกเขิน เมื่อต้องพูดว่า "นี่จุนซู ...ฉันเองนะ ฮยอกแจ" แต่สุดท้าย แม้จะเขินเพียงใด ก็ยังตบท้ายย้ำมิตรภาพของทั้งคู่ด้วยคำว่า "ซารังแฮ" ซึ่งปกติแล้ว เกาหลีมักจะไม่ใช้คำว่า "ซารังแฮ" กับเพื่อนสักเท่าใด แต่ในเมื่อฮยอกแจพูดคำนี้ ก็แสดงว่า จุนซูคือหนึ่งในบรรดาคนที่เขารักมากที่สุดจริงๆ

       โดยปกติแล้ว ทั้งสองมักจะตัวติดกันเป็นเงาของกันและกันเสมอมา เมื่อถูกแยกไปอยู่คนละวง สิ่งที่พวกเขาทำได้ ก็คือ การทักทายผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งทั้งคู่จะโทรหากันหลังจากที่โทรหาครอบครัวทุกครั้งในแต่ละวัน แต่เมื่อใดที่มีโอกาสได้มาอยู่ใกล้กัน ไม่ว่าจะเป็นการร่วมงาน ออกรายการ หรือคอนเสิร์ต ทั้งสองจะตัวติดกันโดยไม่สนใจสมาชิกคนอื่นๆในทันที และจะคุยกันอยู่แค่สองคนเท่านั้น

       แต่ในปัจจุบัน ตารางเวลาของทั้งสองวงไม่ตรงกันสักเท่าใด อีกทั้งดงบังชินกิยังไปปักหลักอยู่ที่ญี่ปุ่น จึงทำให้ทั้งสองค่อนข้างห่างกันมากขึ้น แต่พวกเขาก็ยังคงให้คำมั่นสัญญาไว้ต่อกัน ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาก็ยังจะรัก ยังจะหวังดี และเป็นเพื่อนรักกันแบบนี้ตลอดไป มันดูจะรู้สึกแปลกๆอยู่มาก เมื่อฮยอกแจต้องทักทายจุนซูผ่านทีวีในรายการหนึ่ง เขาแทบไม่เคยจะคิดว่า จะต้องฝากข้อความถึงเพื่อนที่ตัวเองรักที่สุดผ่านทางรายการแบบนี้ ทั้งๆที่เมื่อก่อน ไม่ว่าจะอยากเจอตอนไหนก็สามารถทำได้โดยทันที

       ก่อนจะจบ ขอทิ้งท้ายกับสิ่งที่ฮยอกแจจะต้องว่าจุนซูทุกครั้ง เพราะว่าเขารับมันไม่ได้จริงๆก็คือ การที่จุนซูชอบทำท่าเป็นเด็ก หรือเวลาที่จุนซูทำท่าน่ารักๆ เพราะฮยอกแจบอกว่า "นายเลิกทำมันได้แล้วล่ะ เพราะนายมันไม่ใช่ประเภทที่จะมาทำท่าแบบนี้" ... พูดง่ายๆ มันไม่ใ่ช่ตัวตนที่แท้จริงของเพื่อนรักของเขานั่นเอง (คงเห็นแ้ล้วทรมานลูกกะตา)

       

       

       

เขียนโดย

Dra-cool @ SJ : Flying Together Club

 

All right reserved. FTC Flying Together Club